Face book (เฟชบุ๊ก) กับ Twitter (ทวิตเตอร์) ถูกกล่าวขานอีกครั้งในงานแซยิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะเครื่องมือไฮเทคชิ้นใหม่ ที่ช่วยกระจายข่าวสาร เชื่อมโยงสังคมคนหัวใจสีแดง

กล่าวกันว่า…สังคมออนไลน์ในช่วงเวลา นี้ “เฟซบุ๊ก” กับ “ทวิตเตอร์” ได้ชื่อว่ามีระดับความแรง ฮอตฮิตไม่แพ้…ไฮไฟว์  (Hi5)  ผู้เป็นอมตะเลยทีเดียว

เฟซบุ๊ก…เป็นสังคมคนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งในโลก  ในต่างประเทศอาจจะยิ่งใหญ่มากกว่าไฮไฟว์เสียอีก”

เก่ง ผู้สันทัดกรณี ระบบการตลาดดิจิตอล ผ่านการใช้บล็อกและเครื่องมืออื่นๆ อยู่ในแวดวงโฆษณาออนไลน์ ให้ทัศนะไว้ในเว็บ keng.com

เฟซบุ๊ก …ถือกำเนิดวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 โดย Mark Zuckerburg เปิดให้ใช้เฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด และโด่งดังขึ้นมาในชั่วพริบตา

“เปิดตัวสองสัปดาห์ ครึ่งหนึ่งของนักศึกษาฮาร์เวิร์ดฯ ก็สมัครเป็นสมาชิก เข้าใช้งานกันเป็นจำนวนมาก”

กระแสนิยมแพร่หลายออกไป มหาวิทยาลัยอื่นๆ ในเขตบอสตันสนใจ อยากขอเข้าใช้งานบ้าง มาร์คจึงชวนเพื่อนสร้างเฟซบุ๊กขึ้นใหม่

แค่ 4 เดือน…เฟซบุ๊กมีรายชื่อ…สมาชิกมหาวิทยาลัยอีกกว่า 30 แห่ง

เฟซบุ๊ก เติบโตต่อไป…กันยายน ปี 2549 เปิดให้โรงเรียนระดับมัธยมปลาย เข้าใช้งาน…เดือนถัดมาก็เพิ่มฟังก์ชันใหม่ ให้สมาชิกเอารูปภาพมาแบ่งปันกันได้

ผลปรากฏว่า การเปิดให้ดูรูป แชร์รูปกันได้ ได้รับความนิยมล้นหลาม

ไม่ นาน…เปิดให้องค์กรธุรกิจ บริษัทต่างๆ เข้าใช้งาน ที่สุดแล้วก็มีสมาชิกองค์กรธุรกิจเพิ่มกว่า 20,000 แห่ง และในปี 2550 เฟซบุ๊กก็เปิดให้ทุกคนที่มีอีเมลเป็นสมาชิก

ฤดูใบไม้ร่วงปี 2551 เฟซบุ๊กมีสมาชิกสมัครใหม่มากกว่า 1 ล้านคนต่อสัปดาห์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 200,000 คน

รวมแล้ว…เฟซบุ๊กมีสมาชิกมากถึง 50 ล้านคน…มียอดผู้เข้าชมเฉลี่ยเดือนละ 40,000 ล้านเพจวิว

ไล่ เรียงสมาชิกเฟซบุ๊ก ร้อยละ 11 อายุมากกว่า 35 ปี เติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในตลาดต่างประเทศ…ร้อยละ 15 ของสมาชิก อยู่ในประเทศแคนาดา มีรายงานว่า ค่าเฉลี่ย การใช้งานอยู่ที่ 19 นาทีต่อวันต่อคน ถือเป็นเว็บที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของสหรัฐฯ และเป็นเว็บที่มีผู้อัพโหลดรูปภาพสูงที่สุด ถึง 41,000 พันล้านรูป

ความนิยมในประเทศไทย…จากฐานข้อมูลกูเกิ้ล เริ่มราว 3 ปีที่แล้ว จากไม่ค่อยมีคนใช้…ไม่รู้จัก ก็ขยับความนิยมแบบก้าวกระโดดมากขึ้น และพีคสุดๆในช่วงปลายปี 2551

เก่ง บอกว่า Social Network (สังคมออนไลน์) คือการที่ผู้คนสามารถทำความรู้จัก เชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็นเว็บ Social Network จะหมายถึง…เว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนเอาไว้ด้วยกันนั่นเอง

ตัวอย่าง …เว็บ Digg.com เชื่อมโยงให้ผู้คนช่วยกันแนะนำ url หรือที่อยู่ของข้อมูลต่างๆในอินเตอร์เน็ต ที่น่าสนใจเข้ามาในเว็บ และช่วยกันให้คะแนน url…หรือข่าวนั้นๆ

อีกเว็บยอดนิยมที่คนไทย จำนวนไม่น้อยคุ้นเคย Hi5 (ไฮไฟว์), YouTube (ยูทิวบ์) เป็นสังคมออนไลน์เต็มรูปแบบ ที่ให้ผู้คนที่สมัครใช้งาน มีพื้นที่ส่วนตัวได้ทำความรู้จักกัน โดยเลือกได้ว่า…ต้องการทำความรู้จักกับใคร หรือ เป็นเพื่อนกับใคร

คราวนี้ก็มาถึงพระเอกอีกตัว Twitter หรือ ทวิตเตอร์ เป็นสังคมออนไลน์ เต็มรูปแบบเช่นกัน

“ทุก วันนี้เราสามารถอัพเดท ทวิตเตอร์ของเราได้ตลอดเวลา ผ่านเครื่องไม้ เครื่องมือต่างๆ เช่น มือถือ นั่นหมายถึงว่า…ไม่มีคอมพิวเตอร์ก็แต่งเติมเสริมข้อมูลลงไปได้”

คำถามมีว่า แล้ว…ควรอัพเดทอะไรในทวิตเตอร์?

“เรากำลังทำอะไรอยู่ ข้อนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักของทวิตเตอร์ ที่ให้เราสามารถอัพเดทว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ได้” เก่งว่า

ใน มุมการตลาด การอัพเดทจะเป็นการเพิ่มความเป็นกันเองให้กับผู้ตามอ่านทวิตเตอร์ของเราได้ …ประสบการณ์ส่วนตัว  เก่งเคยถามคำถามเข้าไปใน

ทวิตเตอร์ ในขณะที่กำลังไปเที่ยวต่างจังหวัด ว่าจะกินอะไรในจังหวัดนั้นดี? มีร้านไหนเด็ด?

ปรากฏว่า…มีเพื่อนๆมาตอบกันเต็มไปหมด…จะเห็นว่า  การตั้งคำถาม

เข้าไปในสังคมออนไลน์  เป็นอีกจุดหนึ่งที่จะเชื้อเชิญให้คนเกิดการมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็นส่วนตัว

“ทวิตเตอร์ ก็คล้ายๆ กับบล็อก เพียงแต่ใส่ข้อมูลได้สั้นกว่า”  เก่ง  ว่า  “ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว  ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ก็เป็นอีกมุมหนึ่งในการมีส่วนร่วมในทวิตเตอร์…แน่นอนว่า  คนทุกคนก็มีมุมมองความคิดที่แตกต่างกันไป”

อีกมุมหนึ่ง ทวิตเตอร์…อาจใช้เล่าบรรยากาศการประชุมสัมมนา ประเด็นต่างๆที่บรรยาย เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าร่วม ได้รู้ด้วยว่ามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง

นับรวมไปถึงประกาศข่าวสารต่างๆ ทวิตเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ ที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพในสังคมโลกออนไลน์

เฟซบุ๊ก…ทวิตเตอร์ มีมุมสว่างที่โดดเด่น แต่ก็มีมุมมืดที่ต้องระวัง

ผู้ ที่ติดตามความเคลื่อนไหวคงเห็นข่าวผ่านตา ทวิตเตอร์ถูกใช้เป็นช่องสื่อสาร เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลจอร์เจีย

ปลุกกระแสจนกลายเป็น… “ปฏิวัติสีส้ม-ออเรนจ์ เรฟโวลูชั่น”

ยุคนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสปฏิวัติผ่านสังคมออนไลน์เต็มรูปแบบ ถูกนำมาใช้มากขึ้นในการปลุกมวลชน…

อียิปต์ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็ใช้เฟซบุ๊ก  ผนึกกำลังกับเว็บไซต์ เครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ จุดชนวนประท้วงรัฐบาล แม้กระแสจะวูบหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงพลังด้านมืดสังคมออนไลน์

ที่น่าจับตา คือ อิหร่าน ทั้งๆที่มีระบบควบคุมสื่อ คัดกรองอินเตอร์เน็ตเข้มงวดมากที่สุด แต่ยังมีการปลุกกระแสมวลชนในโลกออนไลน์อย่างเป็นระบบ และมีพลังน่าเกรงขาม

ทวิตเตอร์ กับ อินเตอร์เน็ต คือสองเครื่องมือหลักที่มวลชนใต้ดินใช้ต่อต้านรัฐบาล แต่ทวิตเตอร์ดูจะโดดเด่นมากกว่า เพราะสามารถแหวกกำแพงป้องกัน ทลายข้อจำกัดที่อิหร่านควบคุม…ปิดกั้น ได้ทุกประตู

เทคโนโลยีของ ทวิตเตอร์ ไม่เพียงใช้งานง่าย ยังดัดแปลงไปใช้งานกับอุปกรณ์สื่อสารได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเว็บไซต์ twit-ter.com ก็ใช้งาน…ติดตามข้อความในทวิตเตอร์ได้

จากโทรศัพท์มือถือ ผู้ส่งข้อความ อาจส่งข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร แต่ข้อดีคือติดตามอ่านได้ทุกเวลา

ทวิตเตอร์ ถูกใช้ในการนัดชุมนุม เผยแพร่ข้อมูล ส่งที่อยู่เว็บฯที่มีการโพสต์ภาพ หรือวีดิโอคลิป เป็นหลักฐานแสดงถึงการใช้ความรุนแรงในการเข้าปราบปรามจากเจ้าหน้าที่รัฐ

อิหร่านจึงเป็นกรณีศึกษา พลังมวลชนใต้ดินในโลกยุคใหม่ได้อย่างดี

การ พัฒนาเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวย โยงกับสภาพสังคมที่ยกระดับเป็นชุมชนเมือง…ที่ตามมาคือ ชนชั้นกลางคนรุ่นใหม่ เรียนรู้ เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆมากขึ้น

ณ วันนี้ ความจริงใดก็ตามจากฝีมือรัฐบาล ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ จึงยากที่จะปิดกั้น ปิดหูปิดตาประชาชน…รวมถึงปิดบังสังคมโลกได้

ไม่ ว่าอิหร่านจะขับผู้สื่อข่าวต่างชาติออกนอกประเทศ จำกัดบริเวณผู้สื่อข่าว จับกุมผู้สื่อข่าวท้องถิ่นไปมากเท่าไหร่  หลายเหตุการณ์ที่สำคัญก็ถูกเปิดโปงออกมาอยู่ดี

จะหันไปบล็อกเว็บไซต์ …คัดกรองเนื้อหาอย่างที่เคยทำก็ไม่ได้ผล เพราะคน ใช้อินเตอร์เน็ตรู้วิธีหลบหลีก…เลี่ยงใช้เส้นทางที่ไม่ถูกปิดกั้นได้อย่าง ไม่ยากเย็นนัก

ยิ่งปิดกั้น ก็เหมือนปลุกเร้าให้พลังมืดระเบิดออกมาได้ทุกทิศทาง…มีพลังไร้ขีดจำกัดอย่างน่ากลัว

ประเทศไทยพอจะมีประสบการณ์แบบนี้ให้เห็นมาบ้างแล้ว  ช่วงม็อบ

แดง เดือดสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา…ทันทีที่สัญญาณดาวเทียมม็อบเสื้อแดงดีสเต ชั่น ถูกตัดสัญญาณ บรรยากาศในเว็บไซต์ก็ระอุหนักจากบรรดาแนวรบใต้ดิน หรือที่เรียกว่า…นักรบไซเบอร์

หลายเว็บรายงานความเคลื่อนไหววินาที ต่อวินาทีทั้งตัวอักษร ภาพ…เสียงบรรยากาศสดเหมือนฟังวิทยุ  ดูทีวี…บางเว็บถูกปิดก็เลี่ยงไปเปิดใหม่ได้ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่นาที

คลื่น ใต้น้ำเหล่านี้ เป็นใคร…มาจากไหนบ้างไม่มีใครรู้? อาจออนไลน์มาจากในและนอกประเทศก็ได้ เพราะเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงไปทั่วโลก

ทุกเรื่องราวที่แพร่ สะพัดในเน็ตฯ อาจมีฤทธิ์เหมือนน้ำหยดลงหิน หยดซ้ำๆทุกๆวัน…นานวันเข้า  ก็ทำให้หินก้อนที่ว่าใหญ่…แข็งแกร่งหนักหนา ล่มสลายไปได้

ประเมินสถานการณ์วันนี้ แนวรบไซเบอร์…เป็นพลังเงียบที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ประมาทไม่ได้แม้แต่น้อย.

Please share your thoughts

Twitter Users!
Enter your personal information in the form or sign in with your Twitter account by clicking the button below.